การดูแลกระเป๋าหนังแท้
การใช้และดูแลรักษากระเป๋าหนังแท้อย่างถูกวิธีจะช่วยให้กระเป๋าหนังแท้ของคุณสวยงามและทนทาน มีอายุการใช้งานที่ยาวนานได้อย่างคุ้มค่า
ดูแลรักษาอย่างไรให้ถูกวิธี
- เก็บรักษา : หากไม่ได้ใช้งานควรทำความสะอาดและควรเก็บในกล่องหรือถุงผ้า หากมีซองกันชื้นให้ใส่ใว้ในตัวกระเป๋าได้เลย ถ้าเป็นกระเป๋าที่มีรูปทรงควร เก็บในที่แห้งในอุณหภูมิห้องปกติ หลีกเลี่ยงการเก็บในที่ที่มีความชื้นสูงหรือที่อับชื้นที่อาจทำให้มี กลิ่นอับ และขึ้นรา ทำให้หนังเสื่อมสภาพเปื่อยยุ่ยได้.
- สภาวะแวดล้อมขณะใช้งาน : ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานกระเป๋าหนังในขณะที่ฝนตกจะทำให้ตัวกระเป๋าเปียกชึ้น หรืออยู่กลางแดดเป็นเวลานานๆเพราะตัวกระเป๋าจะดูดซับเหงื่ออาจทำให้เกิดรอยด่างจากเหงื่อ ทำให้เกิดราขึ้น อายุการใช้งานจะสั้นลง.
- หากกระเป๋าเปียกชื้น : ใช้ผ้าสะอาดที่ซับน้ำได้ดีเช็ดทำความสะอาดซับให้แห้ง แล้วผึ่งไว้ในที่อากาศถ่ายเทได้ดี หรืออาจใช้พัดลมช่วยเป่าจนแห้งสนิท ไม่ควรเอาไปตากแดดเด็ดขาด เพราะจะทำให้หนังแข็งกระด้าง อาจจะเกิดการแตกร้าวของพื้นผิวได้ง่าย.
- รักษาความชุ่มชื้น : หากกระเป๋าหนังแห้งกระด้างมาก ควรใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับการบำรุงรักษาเครื่องหนังเช็ดเบาๆเพื่อช่วยคืนความชุ่มชื้นและเพิ่มความอ่อนนุ่มให้กับกระเป๋าหนัง.
- ระวังและหลีกเลี่ยงของมีคม : การถูกกระแทกแรงๆ หรือถูกขีดข่วน โดยวัตถุที่แข็ง อาจทำให้เกิดรอยขีดข่วนหรือฉีกขาดบนพื้นผิวของกระเป๋าหนังได้.
ทำอย่างไรเมื่อกระเป๋าหนังใบโปรดขึ้นรา…?
ถึงแม้ว่าหนังแท้หากมีความชื้นอาจจะเกิดราขึ้นได้ แต่ใช่ว่ากระเป๋าหนังแท้จะขึ้นราได้ง่ายเสมอไป หนังบางชนิดก็เกิดความชื้นและขึ้นราได้ง่าย แต่บางชนิดก็ไม่มีหรือแทบไม่มีราขึ้นเลย ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความชื้น สภาวะอากาศ ช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสม คุณภาพของหนัง ลักษณะการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคน ชนิดของหนัง ซึ่งหนังแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ล้วนเป็นสาเหตุที่อาจได้ทั้งสิ้น
ลักษณะของหนังที่ดีจะไม่ค่อยเกิดเชื้อรา
ลักษณะของราที่เกิดกับหนัง
วิธีแก้ไขหากพบปัญหาการเกิดรา
- หากสังกตุเห็นกระเป๋าหนังขึ้นรา ให้ใช้ผ้าสะอาดและแห้งเช็ดเชื้อราออกจากกระเป๋าหนังทันที
- ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น น้ำยาเดตตอล หรือนํ้าสัมสายชูผสมนํ้าในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 (ไม่ควรใช้แอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้สีหลุดร่อนหรือเป็นรอยด่างได้) ใช้ผ้าชุบหมาดๆเช็ดให้ทั่วกระเป๋าหนัง
- จากนั้นนำกระเป๋าหนังไปผึ่งในร่มที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ห้ามตากแดด รอให้กระเป๋าหนังแห้งสนิท(ใช้พัดลมเปิดช่วยได้)
- เมื่อแห้งสนิทแล้วให้เก็บกระเป๋าหนังไว้ในที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก เมื่อผ่านไป 5-7 วัน ดูว่ามีเชื้อรากลับมาขึ้นที่กระเป๋าหนังอีกหรือไม่ หากรากลับมาขึ้นอีก ให้ทำซํ้าตามขั้นตอนเดิม จนกว่าจะหมดไป
- หลังจากเชื้อราไม่มีแล้วให้ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับการบำรุงรักษาเครื่องหนังเช็ดเบาๆเพื่อช่วยคืนความชุ่มชื้นและเพิ่มความอ่อนนุ่มให้กับกระเป๋าหนังใบโปรด เพียงเท่านี้ก็สามารถขจัดเชื้อราที่เกิดขึ้นกับกระเป๋าหนังได้แล้ว
ฉะนั้นการดูแลรักษากระเป๋าหนังเป็นส่วนสำคัญในการทำให้กระเป๋าหนังใบโปรดของคุณมีอายุการใช้งานที่ยาวนานและคงสภาพและความสวยงามตลอดกาล
